รับแทงบอลออนไลน์ ใครชุบชีวิตเลสเตอร์?

"รับแทงบอลออนไลน์

ช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ตามเวลาในประเทศไทย แฟนบอลทั่วโลกต่างช็อคกันถ้วนหน้า เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศปลด เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือผู้นำสโมสรสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกเมื่อ 9 เดือนก่อน หลังจากนำทีมทำผลงานตกต่ำจนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นในฤดูกาลนี้

รับแทงบอลออนไลน์ ยอดทีมจากถิ่น”คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”กลายสภาพเป็นผู้ร้ายในสายตาของคอลูกหนังทันที แฟนบอลมากมายพร้อมใจรุมถล่มสโมสรที่ปฏิบัติกับกุนซือวีรบุรุษอย่างโหดร้าย นักเตะในทีมถูกตราหน้าเป็นจำเลยของสังคมจากข้อครหาที่ว่า พวกเขาอยู่เบื้องหลังการถูกไล่ออกของเจ้านาย

สื่อในอังกฤษประโคมข่าวว่า ผู้เล่นระดับซีเนียร์ในทีมเข้าไปคุยกับบอร์ดบริหารและเรียกร้องให้ปลดรานิเอรี หลังเกิดไม่พอใจที่เจ้านายเปลี่ยนแปลงแท็คติคบ่อยเกินไป บางเกมมาเปลี่ยนเอาหน้างานตอนก่อนเตะทั้งที่ทุกคนฝึกซ้อมแผนเดิมมาเป็นอย่างดี แถมวันดีคืนดียังสั่งให้นักเตะมาซ้อมในตอนเช้าของวันที่มีเกมแข่งขัน

Claudio Ranieri Leicester City Champions League

แม้ว่า อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรจะยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องทำนองนั้นเกิดขึ้น แต่ผู้คนไม่น้อยก็ปักใจเชื่อกับกระแสข่าวนี้ไปแล้ว ผลงานของเลสเตอร์ดูดีขึ้นเหมือนเป็นคนละทีมนับตั้งแต่ เคร็ก เช็คสเปียร์ เข้ามาบงการทีม ทั้งที่นี่คือทีมชุดเดียวกันกับตอนที่รานิเอรีคุม นักเตะถูกสังคมพิพากษาเรียบร้อยแล้วว่าเป็นฝ่ายผิด

อย่างไรก็ดี เรื่องแบบนี้พิสูจน์ความจริงอะไรไม่ได้ ในเมื่อรานิเอรีไม่เคยออกมายืนยันด้วยตัวเอง คนพากันคิดเองเออเองโดยพิจารณาจากองค์ประกอบรอบด้านแม้ทุกอย่างจะชวนให้คิดตามก็เถอะ

ศาลจะตัดสินให้จำเลยมีความผิดได้อย่างไร หากโจทก์ไม่ปริปากพูดถึงเรื่องที่ถูกกระทำ?

มันไม่ยุติธรรมต่อทั้งนักเตะรวมถึงตัวของเช็คสเปียร์ด้วย เขาควรได้รับเครดิตจากการเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของทีมเช่นกัน

HD Craig Shakespeare Leicester City

แต่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรอธิบายข้อสงสัยที่ว่า “เหตุใดผลงานของจิ้งจอกสยามจึงดีขึ้นแบบผิดหูผิดตานับตั้งแต่เปลี่ยนโค้ช?” เพราะมันมีหลักฐานที่จับต้องได้มากกว่าการกล่าวหาว่านักเตะเลื่อยขาเก้าอี้รานิเอรี นั่นคือการที่ ”วิลเฟรด เอ็นดีดี้” สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นทายาทของ เอ็นโกโล ก็องเต้ อย่างเต็มตัว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาเหตุที่ทำให้ฟอร์มของเลสเตอร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินในปีนี้มาจากการขาดมิดฟิลด์ชาวเฟร้นช์แมนที่ย้ายไปอยู่กับเชลซี เขาคือหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมชุดคว้าแชมป์ลีก นี่คือปัญหาใหญ่ที่รานิเอรีพยายามแก้มาตลอดแต่ล้มเหลว

เลสเตอร์เริ่มจากการเปิดแฟ้มเก่าคว้า นอมปาลิส เมนดี้ มิดฟิลด์นีซเข้ามาตอนซัมเมอร์ทันทีแบบไม่ต้องคิดมาก นี่คือเป้าหมายเสริมทัพในแดนกลางตั้งแต่ฤดูกาลก่อนที่พวกเขาพลาดไป และขยับไปที่เป้าหมายรองอย่างก็องเต้แทน แต่กลายเป็นว่านักเตะเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงาน โอกาสลงลงสนามจึงมีจำกัด พลอยกระทบต่อการปรับตัวเข้ากับทีมและลีกใหม่ ผลงานของแข้งรายนี้จึงออกมาน่าผิดหวังอย่างที่เห็น

จากนั้นเขาหันไปใช้บริการของ ดาเนียล อมาร์ตีย์ กองกลางชาวกานาที่ทำผลงานได้ดีในช่วงแรก ก่อนดีแตกฟอร์มออกทะเลในเวลาต่อมา

รานิเอรีจึงหันไปหาทางออกสุดท้ายด้วยการทุ่มเงินกระชาก วิลเฟรด เอ็นดีดี้ ห้องเครื่องดาวโรจน์จากเกงค์มาร่วมทีมในตลาดหน้าหนาว แต่เขากลับรีดศักยภาพที่แท้จริงของนักเตะออกมาไม่ได้เพราะความคิดมากของตัวเอง

Wilfred Ndidi

เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนเปลี่ยนแผนการเล่นทุกนัดที่ส่งกองกลางชาวไนจีเรียลงเล่นในลีก เขาไม่กล้ากลับไปใช้แท็คติคเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เห็นแล้วว่าลูกทีมคนใหม่เล่นแทนก็องเต้ได้

เอ็นดีดี้ต้องลงเล่นในระบบ 3-5-2, 4-1-2-1-2, 4-4-2 และ 4-2-3-1 สลับกันตลอด 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก นอกจากต้องเหนื่อยกับการปรับตัวเข้ากับลีกใหม่แล้ว เจ้าตัวยังต้องทำความเข้าใจกับบทบาทใหม่ของตัวเองทุกเกมด้วย ผลงานของเขาจึงไม่โดดเด่นเช่นเดียวกับทีมที่แพ้รวดชนิดยิงประตูคู่แข่งไม่ได้

ในขณะที่รานิเอรีแพ้ภัยตัวเองและกลับไปเป็น ‘ทิงเคอร์แมน’ ที่เปลี่ยนทีมมันทุกเกมเพื่อหาผลการแข่งขันที่ต้องการ ผิดกับเช็คสเปียร์ที่ไม่คิดมากกับการใช้งานเอ็นดีดี้ เขาเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักเตะตั้งแต่ตอนเป็นผู้ช่วยโค้ช พร้อมทั้งยังรู้ว่าแท็คติคไหนเหมาะสมกับแนวทางการเล่นของทีมที่สุด เขาจึงกลับมาใช้แผนการเล่น 4-4-2 และยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงเหมือนปีที่คว้าแชมป์ทุกนัด โดยเปลี่ยนแค่ตำแหน่งเดียวคือส่งเอ็นดีดี้ยืนในตำแหน่งของก็องเต้

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกเพิ่มเติมที่นี่

ผลปรากฎว่าจิ้งจอกสยามกลับมาเล่นอย่างทรงประสิทธิภาพเหมือนปีก่อนเป๊ะ ผลงานชนะในลีก 4 นัดติดต่อกัน รวมถึงเป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คือเครื่องยืนยันชั้นดี เอ็นดีดี้คือกุญแจสำคัญที่ช่วยทีมพลิกสถานการณ์กลับมาอีกครั้ง

‘Foxes never quit.’ สโลแกนเรียบง่ายของทีมที่มีความหมายว่า จิ้งจอกแห่งเลสเตอร์จะไม่มีวันยอมแพ้ เป็นจริงขึ้นมาด้วยแผนการเล่นที่พวกเขาร่วมกันหล่อหลอมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน บวกกับจิ๊กซอว์ที่หายไปตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกนี่เอง จิ้งจอกสีน้ำเงินฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดรังเอาชนะทีมแกร่งอย่างลิเวอร์พูล 3-1

Daniel Amartey, Wilfred Ndidi, Roberto Firmino – Leicester City, Liverpool 27022017

อดีตแข้งเกงค์ฉายแววความเก่งกาจออกมาตั้งแต่วันนั้น เขาบดบี้แดนกลางของหงส์แดงจนอยู่หมัด แย่งบอลสำเร็จ 11 จากการเข้าสกัด 14 ครั้ง มากกว่าแนวรับของคู่แข่งรวมกันทั้งทีม เคลียร์บอลจากในกรอบเขตโทษ 5 จาก 5 ครั้ง และเอาชนะการดวลลูกโหม่ง 3 จาก 6 ครั้ง ก่อนนำทีมคว้า 3 แต้มแรกในลีกในปี 2017

ผลงานของเอ็นดีดี้ในแมทช์เปิดรังพิชิตเซบีญา 2-0 ในศึกชี้ชะตาบอลยุโรป รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืออีกหนึ่งเกมที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในวันนั้นหลังเบรคเกมรุกอันตรายของคู่แข่งหลายต่อหลายจังหวะ

ขนาดนักเตะอีโก้สูงของทีมเยือนอย่าง ซามิร์ นาสรี ยังเอ่ยปากซูฮกในความยอดเยี่ยมของมิดฟิลด์เลสเตอร์ว่า “เลสเตอร์ไม่เปิดพื้นที่ให้เราเล่นอย่างถนัด โดยเฉพาะเอ็นดีดี้ที่ปิดพื้นที่ตรงกลางสนามอย่างรวดเร็ว”

ขณะที่ผลงานในลีกของดาวเตะไนจีเรียก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาคือกองกลางที่ทำสถิติเข้าสกัดบอลสูงสุดเป็นอันดับสองของลีก เฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อเกม จากการลงสนาม 7 เกมแรก เป็นรองแค่ อิดริสซา เกย์ ห้องเครื่องของเอฟเวอร์ตัน และมากกว่าผู้เล่นเลสเตอร์ทุกคนในทีม รวมถึง เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่เขาเข้ามาแทนที่

จริงอยู่หากวัดความสามารถในนาทีนี้ต้องยอมรับว่า เอ็นดีดี้ยังเป็นรองก็องเต้อยู่หลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น การคุมพื้นที่ตรงกลางสนาม, จังหวะการตัดเกม และความแน่นอนในการผ่านบอล

HD N’Golo Kante Chelsea

แต่เจ้าตัวมีข้อดีอย่างอื่นเข้ามาทดแทนเช่นกัน ทั้ง ส่วนสูงที่เอาไว้รับมือกับลูกกลางอากาศ, ลูกยิงไกลทีเด็ดที่ทำให้เห็นมาแล้วในเกมพบ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ กับ สโต๊ค ซิตี้ ในนัดล่าสุด รวมถึงยังเล่นบอลฉลาดและควบคุมอารมณ์ได้ดีเกินวัย สถิติไม่เคยได้รับใบแดงจากผู้ตัดสินตลอดอาชีพนักเตะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นที่สุดของเอ็นดีดี้คือพัฒนาการที่รวดเร็วจนน่าทึ่ง เขาปรับตัวเข้ากับลีกที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดลีกหนึ่งของโลก และอุดรอยโหว่ของมิดฟิลด์ตัวรับที่ว่ากันว่าดีที่สุดในตอนนี้ในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน เขากลายเป็นกำลังสำคัญที่เลสเตอร์จะขาดไปไม่ได้

ที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือเด็กคนนี้เพิ่งถูกเกงค์จับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับเมื่อต้นฤดูกาลก่อนนี้เอง หลังก่อนหน้านี้ลงเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางมาโดยตลอด

ด้วยวัยเพียง 20 ปี เอ็นดีดี้จึงอาจไม่ใช่แค่คำตอบที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ตามหา แต่ในอนาคตเขาอาจเป็นคำตอบที่ดีกว่า เอ็นโกโล ก็องเต้ ก็เป็นได้” width=”620″ height=”430″ />

ท่ามกลางเสียงครหามากมายเกี่ยวกับนักเตะเลสเตอร์ หากมองเฉพาะเรื่องในสนามฟุตบอลแล้ว อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขากลับมาเล่นดีเหมือนเป็นคนละทีม?

ช่วงเช้ามืดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ตามเวลาในประเทศไทย แฟนบอลทั่วโลกต่างช็อคกันถ้วนหน้า เมื่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศปลด เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือผู้นำสโมสรสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกเมื่อ 9 เดือนก่อน หลังจากนำทีมทำผลงานตกต่ำจนสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นในฤดูกาลนี้

ยอดทีมจากถิ่น”คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม”กลายสภาพเป็นผู้ร้ายในสายตาของคอลูกหนังทันที แฟนบอลมากมายพร้อมใจรุมถล่มสโมสรที่ปฏิบัติกับกุนซือวีรบุรุษอย่างโหดร้าย นักเตะในทีมถูกตราหน้าเป็นจำเลยของสังคมจากข้อครหาที่ว่า พวกเขาอยู่เบื้องหลังการถูกไล่ออกของเจ้านาย

สื่อในอังกฤษประโคมข่าวว่า ผู้เล่นระดับซีเนียร์ในทีมเข้าไปคุยกับบอร์ดบริหารและเรียกร้องให้ปลดรานิเอรี หลังเกิดไม่พอใจที่เจ้านายเปลี่ยนแปลงแท็คติคบ่อยเกินไป บางเกมมาเปลี่ยนเอาหน้างานตอนก่อนเตะทั้งที่ทุกคนฝึกซ้อมแผนเดิมมาเป็นอย่างดี แถมวันดีคืนดียังสั่งให้นักเตะมาซ้อมในตอนเช้าของวันที่มีเกมแข่งขัน

Claudio Ranieri Leicester City Champions League

แม้ว่า อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา รองประธานสโมสรจะยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องทำนองนั้นเกิดขึ้น แต่ผู้คนไม่น้อยก็ปักใจเชื่อกับกระแสข่าวนี้ไปแล้ว ผลงานของเลสเตอร์ดูดีขึ้นเหมือนเป็นคนละทีมนับตั้งแต่ เคร็ก เช็คสเปียร์ เข้ามาบงการทีม ทั้งที่นี่คือทีมชุดเดียวกันกับตอนที่รานิเอรีคุม นักเตะถูกสังคมพิพากษาเรียบร้อยแล้วว่าเป็นฝ่ายผิด

อย่างไรก็ดี เรื่องแบบนี้พิสูจน์ความจริงอะไรไม่ได้ ในเมื่อรานิเอรีไม่เคยออกมายืนยันด้วยตัวเอง คนพากันคิดเองเออเองโดยพิจารณาจากองค์ประกอบรอบด้านแม้ทุกอย่างจะชวนให้คิดตามก็เถอะ

ศาลจะตัดสินให้จำเลยมีความผิดได้อย่างไร หากโจทก์ไม่ปริปากพูดถึงเรื่องที่ถูกกระทำ?

มันไม่ยุติธรรมต่อทั้งนักเตะรวมถึงตัวของเช็คสเปียร์ด้วย เขาควรได้รับเครดิตจากการเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของทีมเช่นกัน

HD Craig Shakespeare Leicester City

แต่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรอธิบายข้อสงสัยที่ว่า “เหตุใดผลงานของจิ้งจอกสยามจึงดีขึ้นแบบผิดหูผิดตานับตั้งแต่เปลี่ยนโค้ช?” เพราะมันมีหลักฐานที่จับต้องได้มากกว่าการกล่าวหาว่านักเตะเลื่อยขาเก้าอี้รานิเอรี นั่นคือการที่ ”วิลเฟรด เอ็นดีดี้” สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นทายาทของ เอ็นโกโล ก็องเต้ อย่างเต็มตัว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาเหตุที่ทำให้ฟอร์มของเลสเตอร์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินในปีนี้มาจากการขาดมิดฟิลด์ชาวเฟร้นช์แมนที่ย้ายไปอยู่กับเชลซี เขาคือหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมชุดคว้าแชมป์ลีก นี่คือปัญหาใหญ่ที่รานิเอรีพยายามแก้มาตลอดแต่ล้มเหลว

เลสเตอร์เริ่มจากการเปิดแฟ้มเก่าคว้า นอมปาลิส เมนดี้ มิดฟิลด์นีซเข้ามาตอนซัมเมอร์ทันทีแบบไม่ต้องคิดมาก นี่คือเป้าหมายเสริมทัพในแดนกลางตั้งแต่ฤดูกาลก่อนที่พวกเขาพลาดไป และขยับไปที่เป้าหมายรองอย่างก็องเต้แทน แต่กลายเป็นว่านักเตะเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงาน โอกาสลงลงสนามจึงมีจำกัด พลอยกระทบต่อการปรับตัวเข้ากับทีมและลีกใหม่ ผลงานของแข้งรายนี้จึงออกมาน่าผิดหวังอย่างที่เห็น

จากนั้นเขาหันไปใช้บริการของ ดาเนียล อมาร์ตีย์ กองกลางชาวกานาที่ทำผลงานได้ดีในช่วงแรก ก่อนดีแตกฟอร์มออกทะเลในเวลาต่อมา

รานิเอรีจึงหันไปหาทางออกสุดท้ายด้วยการทุ่มเงินกระชาก วิลเฟรด เอ็นดีดี้ ห้องเครื่องดาวโรจน์จากเกงค์มาร่วมทีมในตลาดหน้าหนาว แต่เขากลับรีดศักยภาพที่แท้จริงของนักเตะออกมาไม่ได้เพราะความคิดมากของตัวเอง

Wilfred Ndidi

เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนเปลี่ยนแผนการเล่นทุกนัดที่ส่งกองกลางชาวไนจีเรียลงเล่นในลีก เขาไม่กล้ากลับไปใช้แท็คติคเหมือนฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เห็นแล้วว่าลูกทีมคนใหม่เล่นแทนก็องเต้ได้

เอ็นดีดี้ต้องลงเล่นในระบบ 3-5-2, 4-1-2-1-2, 4-4-2 และ 4-2-3-1 สลับกันตลอด 5 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก นอกจากต้องเหนื่อยกับการปรับตัวเข้ากับลีกใหม่แล้ว เจ้าตัวยังต้องทำความเข้าใจกับบทบาทใหม่ของตัวเองทุกเกมด้วย ผลงานของเขาจึงไม่โดดเด่นเช่นเดียวกับทีมที่แพ้รวดชนิดยิงประตูคู่แข่งไม่ได้

ในขณะที่รานิเอรีแพ้ภัยตัวเองและกลับไปเป็น ‘ทิงเคอร์แมน’ ที่เปลี่ยนทีมมันทุกเกมเพื่อหาผลการแข่งขันที่ต้องการ ผิดกับเช็คสเปียร์ที่ไม่คิดมากกับการใช้งานเอ็นดีดี้ เขาเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักเตะตั้งแต่ตอนเป็นผู้ช่วยโค้ช พร้อมทั้งยังรู้ว่าแท็คติคไหนเหมาะสมกับแนวทางการเล่นของทีมที่สุด เขาจึงกลับมาใช้แผนการเล่น 4-4-2 และยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงเหมือนปีที่คว้าแชมป์ทุกนัด โดยเปลี่ยนแค่ตำแหน่งเดียวคือส่งเอ็นดีดี้ยืนในตำแหน่งของก็องเต้

ผลปรากฎว่าจิ้งจอกสยามกลับมาเล่นอย่างทรงประสิทธิภาพเหมือนปีก่อนเป๊ะ ผลงานชนะในลีก 4 นัดติดต่อกัน รวมถึงเป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก คือเครื่องยืนยันชั้นดี เอ็นดีดี้คือกุญแจสำคัญที่ช่วยทีมพลิกสถานการณ์กลับมาอีกครั้ง

‘Foxes never quit.’ สโลแกนเรียบง่ายของทีมที่มีความหมายว่า จิ้งจอกแห่งเลสเตอร์จะไม่มีวันยอมแพ้ เป็นจริงขึ้นมาด้วยแผนการเล่นที่พวกเขาร่วมกันหล่อหลอมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน บวกกับจิ๊กซอว์ที่หายไปตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรกนี่เอง จิ้งจอกสีน้ำเงินฟื้นคืนชีพอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดรังเอาชนะทีมแกร่งอย่างลิเวอร์พูล 3-1

Daniel Amartey, Wilfred Ndidi, Roberto Firmino – Leicester City, Liverpool 27022017

อดีตแข้งเกงค์ฉายแววความเก่งกาจออกมาตั้งแต่วันนั้น เขาบดบี้แดนกลางของหงส์แดงจนอยู่หมัด แย่งบอลสำเร็จ 11 จากการเข้าสกัด 14 ครั้ง มากกว่าแนวรับของคู่แข่งรวมกันทั้งทีม เคลียร์บอลจากในกรอบเขตโทษ 5 จาก 5 ครั้ง และเอาชนะการดวลลูกโหม่ง 3 จาก 6 ครั้ง ก่อนนำทีมคว้า 3 แต้มแรกในลีกในปี 2017

ผลงานของเอ็นดีดี้ในแมทช์เปิดรังพิชิตเซบีญา 2-0 ในศึกชี้ชะตาบอลยุโรป รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืออีกหนึ่งเกมที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในวันนั้นหลังเบรคเกมรุกอันตรายของคู่แข่งหลายต่อหลายจังหวะ

ขนาดนักเตะอีโก้สูงของทีมเยือนอย่าง ซามิร์ นาสรี ยังเอ่ยปากซูฮกในความยอดเยี่ยมของมิดฟิลด์เลสเตอร์ว่า “เลสเตอร์ไม่เปิดพื้นที่ให้เราเล่นอย่างถนัด โดยเฉพาะเอ็นดีดี้ที่ปิดพื้นที่ตรงกลางสนามอย่างรวดเร็ว”

ขณะที่ผลงานในลีกของดาวเตะไนจีเรียก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาคือกองกลางที่ทำสถิติเข้าสกัดบอลสูงสุดเป็นอันดับสองของลีก เฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อเกม จากการลงสนาม 7 เกมแรก เป็นรองแค่ อิดริสซา เกย์ ห้องเครื่องของเอฟเวอร์ตัน และมากกว่าผู้เล่นเลสเตอร์ทุกคนในทีม รวมถึง เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่เขาเข้ามาแทนที่

จริงอยู่หากวัดความสามารถในนาทีนี้ต้องยอมรับว่า เอ็นดีดี้ยังเป็นรองก็องเต้อยู่หลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น การคุมพื้นที่ตรงกลางสนาม, จังหวะการตัดเกม และความแน่นอนในการผ่านบอล

HD N’Golo Kante Chelsea

แต่เจ้าตัวมีข้อดีอย่างอื่นเข้ามาทดแทนเช่นกัน ทั้ง ส่วนสูงที่เอาไว้รับมือกับลูกกลางอากาศ, ลูกยิงไกลทีเด็ดที่ทำให้เห็นมาแล้วในเกมพบ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ กับ สโต๊ค ซิตี้ ในนัดล่าสุด รวมถึงยังเล่นบอลฉลาดและควบคุมอารมณ์ได้ดีเกินวัย สถิติไม่เคยได้รับใบแดงจากผู้ตัดสินตลอดอาชีพนักเตะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี

จุดเด่นที่สุดของเอ็นดีดี้คือพัฒนาการที่รวดเร็วจนน่าทึ่ง เขาปรับตัวเข้ากับลีกที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดลีกหนึ่งของโลก และอุดรอยโหว่ของมิดฟิลด์ตัวรับที่ว่ากันว่าดีที่สุดในตอนนี้ในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน เขากลายเป็นกำลังสำคัญที่เลสเตอร์จะขาดไปไม่ได้

ที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือเด็กคนนี้เพิ่งถูกเกงค์จับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับเมื่อต้นฤดูกาลก่อนนี้เอง หลังก่อนหน้านี้ลงเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางมาโดยตลอด

ด้วยวัยเพียง 20 ปี เอ็นดีดี้จึงอาจไม่ใช่แค่คำตอบที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ตามหา แต่ในอนาคตเขาอาจเป็นคำตอบที่ดีกว่า เอ็นโกโล ก็องเต้ ก็เป็นได้